เพื่อนรัก

posted on 21 Nov 2008 22:07 by mydear-cs-msu


หลงรักเพื่อนสนิททำอย่างไรดี

Q : หลงรักเพื่อนสนิททำอย่างไรดีคะ ควรบอกเขาดีไหม กลัวบอกไปแล้วอาจกลับเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีก?




A : เฮ้อ ความรักนี่มันไม่เขาใครออกใครเลยจริงๆ รักเพื่อนสนิทแล้วมันอัดอั้นตันใจใช่ไหม นี่ล่ะ ความรู้สึกของความรักที่ไม่สามารถบอกได้ เหมือนอกจะระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ หัวใจเต้นเร็วเมื่ออยู่ใกล้หรือได้พูดคุยด้วย อยากบอกความในใจกับเขาแต่ก็กลัวเสียเพื่อนไป

ถ้าคุณน้องมีอาการอย่างที่ว่ามา ฟังทางนี้นะคะ ห้าข้อปฏิบัติหลังการหลงรักเพื่อนสนิท (ในวงเล็บที่ว่า เราดูไม่ออกว่าหมู่หรือจ่า เขาจะชอบเราหรือเปล่า)

ข้อหนึ่ง คนหลงรักเพื่อนสนิทอย่างเราต้อง
มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ถ้าหัวใจเรายังซื่อสัตย์ไม่ได้ ก็ไม่รู้จะพูดว่าไง รักเขาข้างเดียวเก็บไว้ในใจทำไม หรือหลอกตัวเองทำไมว่าเรายังไหว ชอบใช่ไหม ตกนรกทั้งเป็นเนี่ย

ข้อสอง คนหลงรักเพื่อนสนิทอย่างเราต้อง
มีใจกล้าหาญ จะมามัวรักพี่เสียดายน้อง จะมัวอมดอกพิกุลร่วงไปทำไม ในเมื่อใจคุณน้องมันต้องทุกข์ระทม บอกไปเลยตรง ๆ

ข้อสาม คนหลงรักเพื่อนสนิทอย่างเราต้อง
มีจิตใจเข้มแข็ง ถ้าเพื่อนน้องเขาบอกว่ารักเราแบบแฟนไม่ได้ ก็ต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ทำใจให้ได้ เวลาจะทำให้ทุกสิ่งดีขึ้น

ข้อสี่ คนหลงรักเพื่อนสนิทอย่างเราต้อง เป็นจอมยุทธ์รักษาคำพูด เมื่อเพื่อนเขาบอกว่าไม่ได้คิดกับเราแบบนั้น ก็ต้องว่าไปตามน้ำว่า งั้นขอโทษ ที่ทำให้เขาไม่สบายใจ เราคบกันเป็นเพื่อนเหมือนเดิมก็ได้ คุณน้องต้องพูดจริง ทำจริง ตัดใจให้เลิกรักเพื่อนแบบนั้นให้ได้

ข้อห้า คนหลงรักเพื่อนสนิทอย่างเราต้อง
มีใจนักเลง กล้าได้กล้าเสีย บอกไปแล้ว เสียเพื่อนก็เสียไป ยังดีกว่าอยู่ไปวันๆ แบบจิตใจทุกข์ทรมาน ถ้าเพื่อนคนนี้เขารักน้องจริง เขาจะไม่ไปไหน มิตรภาพน่ะ มันเป็นความเอื้ออาทรเห็นอกเห็นใจ ไม่ได้สร้างกันวันเดียวและทำลายลงเพียงแค่เรื่องแค่นี้ แต่ถ้าเพื่อนน้องคนนี้มันหนีหายไปเลย ก็ต้องใจนักเลงตัดใจทิ้งเสีย เพื่อนที่รักน้องให้อภัยในเรื่องแค่นี้ไม่ได้ ก็อย่าเรียกว่าเพื่อนเลย


เอาล่ะ คราวนี้ถึงกรณีเพื่อนสนิทที่เราดูออกอยู่แล้ว ว่า เขาไม่ได้รักหรือดูดำดูดีอะไรเราเลย ของอยู่กับตัว คนอยู่กับตัว ย่อมรู้สึกเองใช่ไหม ว่าเขามีใจหรือไม่ เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีใจให้ จะไปรักทำไมให้เมื่อยล่ะคะ เปลืองใจสร้างทุกข์ให้เราเปล่าๆ จริงไหม หรือน้องจะรักแบบหมาๆ เคยเห็นไหม เจ้าของหมาที่เขาแตะต่อย ทำร้ายหมา แต่หมามันไม่เคยสนใจ ยังรักเจ้าของร่ำไป เขาเรียกรักแบบ no condition น่ะ ทำได้ไหม ถึงทำได้ ก็เจ็บตัวเปล่าๆ แล้วคนฉลาดๆ เขาจะทำไปทำไม จริงไหมคะ

นี่สุดา ตอบตรงหรือยังเนี่ย ว่าเป็นคนดีๆ ไม่ชอบ ริจะเป็นหมาในร่างคนไปทำไม เฮ้อ



--------------------------------------------------------------------------------

ภาษาโลโก (Logo Language)

posted on 13 Nov 2008 11:55 by mydear-cs-msu

ภาษาโลโก (Logo Language)

เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงที่เหมาะสำหรับใช้ในการเรียนรู้ พัฒนาสติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้นักเรียนเข้าใจหลักการการเขียนโปรแกรม  ผู้เขียนโปรแกรมจะสามารถลองผิดลองถูก  เรียนรู้โดยการทดลองทำ  แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  เกิดการเรียนรู้โดย    การค้นพบ ทำให้มีการพัฒนาความนึกคิดอย่างมีเหตุผล  มีหลักการ มีความคิดต่อเนื่อง  และยังช่วยเสริมสร้างความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จากการเกิดแนวคิดในการแก้ปัญหาและพิสูจน์ ภาษาโลโกพัฒนาโดย Papert และคณะจาก MIT เพื่อเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นผู้ควบคุมและสั่งการคอมพิวเตอร์ แทนการให้ผู้เรียนทำตามคำสั่งที่มีผู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไว้     ตัวแปลภาษาโลโกที่น่าสนใจคือ MSW Logo ซึ่งพัฒนาที่มหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ สหรัฐอเมริกา

โปรแกรม MSWLogo ย่อมาจากไมโครซอฟต์วินโดวส์โลโก (Microsoft Windows Logo) เป็นโปรแกรมที่อนุญาต ให้นำมาใช้เพื่อการศึกษาได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และมีการแจกจ่ายผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จัดเป็นตัวแปลภาษาในระบบ Interpreter

 ภาษา MSWlogo Microsoft Windows logo
 

ภาษาสำหรับการเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นอนุพันธ์ของภาษา  LISP (ภาษาสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์) 
ภาษาสำหรับการสอนกระบวนการเรียนรู้และการคิดของผู้เรียน 
ภาษาที่ช่วยให้เข้าใจหลักการเขียนโปรแกรมของภาษาคอมพิวเตอร์และการทำงานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น 
ภาษาที่ส่งเสริมความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์โดยสร้างแนวคิดในการแก้ปัญหาและการพิสูจน์แนวคิด 
ภาษาที่นำไปใช้กับสาขาวิชาอื่นเช่นดนตรี ภาษาศาสตร์ ศิลป  คณิตศาสตร์ ฯลฯ

 

 

พัฒนาการของภาษา MSWlogo
 

กลางปี 1960 โดย Seymour Papert และ Marvin Minsky ก่อตั้ง MIT Artificial Intelligence Laboratory
Papert, Beranek และ Newmanพัฒนาเวอร์ชั่นแรกปี 1967
มีการพัฒนาที่มหาวิทยาลัยเบิร์คเลย์ แห่งแคลิฟอร์เนีย     มหาวิทยาลัยที่ยุโรป   ญี่ปุ่น
MicroWorlds (1993) มีเครื่องมือช่วยพัฒนาโลโก้ เช่นเครื่องมือวาดรูป เอดิเตอร์สำหรับวาดรูป เครื่องมือทำจังหวะดนตรี ฯลฯ  PCLogo for Windows
MSWLogo พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเบิร์คเลย์ แห่งแคลิฟอร์เนีย

การออกแบบภาษาโลโก้ (MIT)
 

  friendly          โลโก้เป็นภาษาทำความเข้าใจง่าย เราสามารถสร้างความ สัมพันธ์โดยใช้เต่าเป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวน 
                      ความคิด
  extensible      โลโก้สามารถใช้สอนคำสั่งใหม่และสามารถสร้างคำสั่ง ใหม่เพิ่มได้
  forgiving         โลโก้เป็นภาษาที่ให้การตอบสนองกลับอย่างทันทีทันใด ซึ่งมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้
                       และความเข้าใจ                             
  flexible           โลโก้ เป็นภาษาที่มีประโยชน์สำหรับผู้เริ่มเรียน 
  powerful         โลโก้ เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรม มีเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมอย่าง
                       ครบถ้วนตามที่ผู้ใช้ ต้องการ


ตัวอย่างการใช้คำสั่งต่างๆ ในภาษา MSWlogo
 


คำสั่งพื้นฐานใน MSWlogo

คำสั่งเดินหน้า ใช้คำสั่ง Forward  คำสั่งย่อ    Fd  รูปแบบคำสั่ง   Fd หน่วย  ตัวอย่าง Fd 100   ให้เดินหน้า 100 หน่วย
คำสั่งถอยหลัง ใช้คำสั่ง Back      คำสั่งย่อ    Bk  รูปแบบคำสั่ง   Bk หน่วย  ตัวอย่าง  Bk 50    ให้ถอยหลัง 50  หน่วย
คำสั่งขวาหัน  ใช้คำสั่ง  Right     คำสั่งย่อ    RT  รูปแบบคำสั่ง  RT  องศา   ตัวอย่าง  Rt 90   ให้ขวาหัน   90 องศา
คำสั่งซ้ายหัน  ใช้คำสั่ง  Left       คำสั่งย่อ   LT  รูปแบบคำสั่ง  LT  องศา    ตัวอย่าง LT 45     ให้ซ้ายหัน  45  องศา
คำสั่งลบสิ่งที่ MSWlogo วาดไป  ใช้คำสั่ง ClearScreen  คำสั่งย่อ  CS
คำสั่งลบข้อความบนส่วนแสดงผลข้อความ ใช้คำสั่ง  ClearText  คำสั่งย่อ CT

คำสั่งยกปากกา ใช้คำสั่ง Penup   คำสั่งย่อ PU    ใช้คู่กับคำสั่ง Pendown
คำสั่งวางปากกา ใช้คำสั่ง Pendown  คำสั่งย่อ  Pd  ใช้คู่กับคำสั่ง Penup
คำสั่งให้ MSWlogo เป็นยางลบ  ใช้คำสั่ง  Penerase คำสั่งย่อ Pe
คำสั่งให้ MSWlogo กลับมาเป็นปากกาหลังจากใช้คำสั่ง Penerase คำสั่ง Penpaint คำสั่งย่อ PPT
คำสั่งใส่สีพื้น SetScreenColor  คำสั่งย่อ SetSc   รูปแบบคำสั่ง  SetSC  ตามด้วยค่าสี  ตัวอย่าง  SetSC 1
คำสั่งให้ MSWlogo เป็นถังสีใช้คำสั่ง  SetFloodColor    คำสั่งย่อ SetFc   รูปแบบคำสั่ง  SetFc ตามด้วยค่าสี ตัวอย่าง SetFc 1
คำสั่ง Fill  เป็นคำสั่งให้ MSWlogo เทสี   ใช้คู่กับคำสั่ง   SETFC
คำสั่ง Circle เป็นคำสั่งให้ MSWlogo  วาดรูปวงกลม    รูปแบบ Circle รัศมี   ตัวอย่าง Circle 100
ให้วาดรูปวงกลมที่มีรัศมี 100
คำสั่ง ACr   เป็นคำสั่งวาดรูปครึ่งวงกลม

ตัวอย่าง การวาดรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
forward 50 (แทน forward ด้วย fd.)
right 90 (แทน right ด้วย rt.)
forward 50
right 90
forward 50
right 90
forward 50
right 90
 

ตัวอย่าง การวาดรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ด้วยคำสั่ง repeat
repeat 4 [forward 50 right 90]

 

ตัวอย่าง การวาดรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ด้วยการสร้าง procedure
to square

repeat 4 [forward 50 right 90]

end

การเรียกใช้งาน

forward 60
square

back 60

 

ตัวอย่าง การวาดรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ด้วยการสร้าง procedure
to square

repeat 4 [forward 50 right 90]

end

การเรียกใช้งาน

forward 60
square

back 60

 

ตัวอย่าง การวาดรูปวงกลม ด้วยการเรียกใช้ procedure square
repeat 12 [square right 30]
 

ตัวอย่าง การสร้างบ้านโดยการใช้กระบวนความ
to house
   square

   forward 50

   right 90

   triangle

end

 

to triangle

   repeat 3 [forward 50 left 120]

end

 

ตัวอย่าง การใช้ตัวแปร
to sq :size
     repeat 4 [forward :size right 90]

end

การเรียกใช้งาน
sq 10, sq 20, sq 30, etc.

 

ตัวอย่าง การประยุกต์เพื่องานออกแบบ
to design
   clearscreen

   right 30

   polyspi 5 120

end

to polyspi :size :angle

   if :size > 205 [stop]

   forward :size

   right :angle

   polyspi :size+5 :angle+.12

end

แอบรัก “เพื่อนสนิท” ชีวิตวุ่นๆ ของหนุ่มสาวมหา’ลัย

ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย…ว่าเพื่อนคนหนึ่งมันแอบมันคิดอะไรไปไกลกว่าเป็นเพื่อนกัน”
      
       แว่วเสียงเพลงท่อนหนึ่งที่พอฟังแล้วคงเข้าไปสะกิดอกสะกิดใจของใครหลายคนที่เคยหรือกำลังตกในห้วงแห่งความรัก และแถมเป็นรักที่ต้องหลบๆซ่อนๆเพราะรักที่ว่าเกิดขึ้นกับเจ้าเพื่อนสนิท บางรายถึงขั้นเป็นคู่หูคู่ซี้กันเลยก็ว่าได้ จึงทำให้บทสรุปของความรักดูเหมือนจะไม่ได้ลงเอยในแบบที่ต้องการเท่าที่ควร
      
       เพื่อเจาะลึกกันให้ถึงแก่น ถึงก้นบึ้งหัวใจของหนุ่มสาวชาวมหาวิทยาลัย ไลฟ์ ออน แคมปัส จะพาไปย้อนตำนาน ‘ไข่ย้อย’ – ‘ดากานดา’ ที่เคยเป็นกระแสฮอตฟีเวอร์มาแล้วสำหรับคนที่ไปแอบรัก ‘เพื่อนสนิท’อย่างจัง พร้อมทั้งนำไปสัมผัสกับอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์ตรงและเป็นเรื่องจริงของชาวมหาวิทยาลัย
      
       มาดูกันซิว่าแต่ละคนจะมีวิธีจัดการกับความรักและความรู้สึกของตัวเองอย่างไรกันบ้างถ้าเกิดอาการแบบนี้...
      
       เริ่มกันที่สาวน้อยคนแรก ‘บุ๋ม’ ชิศณุภาดา สุขใจ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยหอการค้า ที่เล่าอย่างเปิดอกว่า ความรักของเธอเริ่มต้นตั้งแต่เห็นหน้าเพื่อนคนนั้นเรียกง่ายๆ คือตรงสเปก โดยช่วงเวลาที่พบกันเป็นช่วงที่เพิ่งเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและได้ทำกิจกรรมรับน้องใหม่ร่วมกัน และนับจากนั้นเป็นต้นมาก็ทำให้เธอและเขากลายมาเป็นเพื่อนร่วมก๊วนเดียวกัน พร้อมทั้งพัฒนาความสนิทสนมกลมเกลียวและแน่นแฟ้นมากขึ้นเป็นลำดับ กระสุดท้ายก็ไม่สามารถห้ามหัวใจของตัวเอง จนทำให้กลายเป็นคนแอบรักเพื่อนตัวเองไป
      
       แต่ที่น่าอลเวงไปกว่านั้นก็คือ กลับมีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มเดียวกันอีกคนมาชอบเธอ โดยให้เขาคนนั้นเป็นพ่อสื่อให้
      
       “ก็รู้สึกดีที่มีคนมารัก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร อยากให้เป็นเพื่อนกันต่อไปจะดีกว่า ส่วนเขาคนนั้นที่บุ๋มแอบปลื้ม คิดว่าหากบอกคำว่ารักไปก็เกรงว่าจะเขินๆกัน จนพาลจะมองหน้ากันไม่ติดและเสียเพื่อนไป ในทางกลับกันถ้าจะให้คบเป็นแฟนไปเลยก็คงไม่ไหวเพราะกลายเป็นเพื่อนกันไปแล้วขอเก็บไว้ในใจต่อไปจะดีกว่าเพราะเท่าที่รู้คือเขาก็มีคนรักของตัวเองอยู่แล้ว ส่วนตัวบุ๋มเองก็มีคนรักอยู่เช่นเดียวกัน จึงอยากเก็บเป็นความรู้สึกดีๆอย่างนี้จะดีกว่า”
      
       “แค่แอบชอบไปอย่างนี้จะดีกว่าค่ะ เพราะต่างคนต่างก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย เราแค่ชอบที่เขาน่ารักดี รักแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายเหมือนกันเพราะความใกล้ชิด แต่การจะพัฒนาไปอีกขั้นนั้นคงเป็นเรื่องยาก ส่วนเรื่องความรักในวัยอย่างนี้นั้นคิดว่ามีก็เป็นเรื่องที่ดีมันช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราได้มีกำลังใจในการเรียนหรืออะไรหลายๆอย่าง แต่ทั้งนี้ต้องมีขอบเขต นั่นรวมไปถึงเรื่องเซ็กด้วยค่ะ ต้องถึงเวลาอันควรจริงๆ”
      
       ส่วน ‘แพร’ ธิดารัตน์ เซาะสูงเนิน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งสาวที่ตอนนี้กำลังแอบปลื้มเพื่อนชายคนสนิท ซึ่งมีแนวโน้มว่าเพื่อนคนนั้นก็มีทีท่าว่าจะชอบเธอตอบเช่นกัน
      
       แพรเล่าว่าตอนนี้เพื่อนคนนั้นเป็นผู้ชายที่สนิทที่สุดซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยเริ่มสนิทสนมกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ปี 1 ด้วยความที่ซี้กันมากและเป็นคนที่คอยเทกแคร์เธอมาตลอดเลยทำให้ความรู้สึกขณะนี้เป็นมากกว่าเพื่อนไปซะแล้ว ซึ่งมันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวจริงๆ
      
       ด้วยความที่สนิทกันมากเลยทำให้เพื่อนๆในคณะต่างคิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน ซึ่งแพรบอกว่าจริงๆถ้าเลือกได้ก็อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกันเพราะเท่าที่รู้จักคือต่างฝ่ายต่างยังไม่มีใคร แต่จะให้บอกความรู้สึกในใจของตัวเองออกไปตอนนี้คงยังไม่กล้า กลัวว่าจะเสียเพื่อนไป หากเขาไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่สักวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมจะต้องบอกออกไปแน่นอนและเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็รู้สึกกดดันไม่ใช่น้อย
      
       “เขายังเคยพูดกับเราเลยว่ามีเราก็ดีนะเอาไว้เป็นกันชนผู้หญิง แต่นั่นแหละเขายังไม่เคยพูดกับเราเรื่องว่าจะขอเป็นแฟนหรือคบกันสักที ทั้งที่บางทีการแสดงออกของเขามันทำให้เรารู้สึกได้ว่าเหมือนจะชอบๆเรา เช่น โทรมาคุยเล่นๆขำๆ ซึ่งอันนี้เป็นบ่อยมาก แต่ถ้อยคำที่เราใช้เรียกกันประจำคือแกกับข้าเพราะเราสนิทกันมาก จริงๆอยากจะบอกเขาอยู่เหมือนกันเพราะมันอึดอัดมากแต่เอาไว้ขึ้นปี 4 ให้เราพร้อมมากกว่านี้ดีกว่า แต่เกิดความรักแบบนี้ก็ดีนะทำให้ชีวิตมีรสชาติดี”
      
       ส่วนสาว ‘แอน’ วิภาดา ปะวะสี นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็อีกหนึ่งสาวที่ไปแอบรักเพื่อนสนิทแต่เธอเลือกใช้วิธีบอกความในใจออกไปผ่านแม่สื่อแม่ชักแทนที่จะเก็บความรักไว้เหมือนหลายๆคน
      
       แอนเล่าว่าแอบชอบหนุ่มคนนั้นตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แต่แอบมองมาตลอดแต่เพิ่งมีโอกาสแสดงความรู้สึกที่ว่านี้ออกไปเมื่อตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนทำหน้าที่แม่สื่อให้ ในครั้งนั้นเธอได้ซื้อของขวัญมอบให้เขา ซึ่งเขาก็รับไว้แต่ก็ไม่ได้บอกกลับมาว่ารู้สึกอย่างไรตอบ
      
       กระทั่งเวลาล่วงเลยมาได้สักระยะจึงให้เพื่อนสาวคนเดิมช่วยไปถามความรู้สึกเขาตรงๆว่าจริงๆแล้วรู้สึกกับเธออย่างไรบ้างซึ่งคำตอบที่ได้รับคือเขาต้องการเป็นเพียงเพื่อนกับเธอเท่านั้นคงไม่สามารถเปลี่ยนสถานภาพได้แม้ตอนนี้ตัวเขาเองจะยังไม่มีใครเลยก็ตาม ความรู้สึกตอนนั้นก็เล่นเอาเธอเสียใจไม่ใช่น้อย แม้แต่ตอนนี้เองเธอก็ยังตัดใจไม่ได้ทำได้เพียงแต่แอบชอบเขาไปอย่างนี้เรื่อยๆ
      
       “เขาเป็นเพื่อนสนิทของเพื่อนเราอีกที ซึ่งเพื่อนเราก็พยายามเชียร์เรากับเขาเต็มที่ จนเคยเกือบจะคบกันด้วยซ้ำ แต่จนแล้วเขาก็ฝากบอกเพื่อนมาบอกว่าให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น ก็ไม่เป็นไรค่ะเข้าใจเรื่องอย่างนี้มันบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว”
      
       นี่แหละที่เขาว่าเรื่องของความรักต้องขึ้นอยู่ที่ใจคงไม่มีใครสามารถกำหนดให้ใครรักใครได้ แต่อย่างไรก็ตามความรักจะยังเป็นสิ่งที่สรรค์สร้างโลกใบนี้ให้สวยงามอยู่เสมอ ถ้าเรารู้จักรักให้เป็น ให้ถูกที่ ถูกเวลา ว่าไหมล่ะ..

 

อ่านแล้วซึ้ง ดีเลย copy มาให้อ่าน

 

edit @ 11 Nov 2008 10:40:04 by ▓▓ ⓛⓞⓥⓔ Šⓣⓞⓡⓨ ▓▓

บทความ กวนๆ ความเมา 5 ระดับ

ใครเคยเมาถึงระดับไหนกันบ้าง

  • ระดับที่ 1: SMART(ฉลาด)  จะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล และมักจะชอบเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกๆ คนในบาร์ ไม่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้วชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดี
  • ระดับที่ 2: GOOD LOOKING(ดูดี)  คุณจะเริ่มค้นพบว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้น คุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆ คนได้ทุกๆ เรื่องด้วย เพราะคุณทั้งดูดี และฉลาด
  • ระดับที่ 3: RICH(รวย) คุณจะค้นพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาล คุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนในบาร์ได้
  • ระดับที่ 4: BULLET PROOF(คงกระพัน) คุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วไป และพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆ คนได้ เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้
  • ระดับที่ 5: INVISIBLE(หายตัว) ระดับ ความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมากจึงจะเมาถึงระดับนี้ได้ ด้วยความเมาที่ระดับนี้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ จะไปเต้นรำบนโต๊ะ, แหกปากร้องเพลงกลางถนน, ไล่ตีหัวคนอื่นก็ทำได้เพราะไม่มีใครเห็นคุณ

 

ข้อแนะนำ สำหรับคู่รัก

posted on 11 Nov 2008 10:27 by mydear-cs-msu

ข้อแนะนำ สำหรับคู่รัก

  1. อย่าต้องการมากเกินไป : คนเราลองรักกันแล้วก็ควรให้อิสระแก่กันด้วย
  2. การทำอะไรเล็กๆน้อยๆ ร่วมกัน ย่อมแสดงถึงความเป็นคู่ : หากิจกรรมเล็กๆน้อยๆ ทำด้วยกัน เช่น ช่วยกันทำกับข้าว รดน้ำต้นไม้ …
  3. อย่าคิดว่าความสัมพันธ์คราวนี้ “เป็นของตาย” : ควรจะมีความเกรงใจ พูดหวานๆใส่กันบ้าง
  4. ยังจูบประทับใจกันอยู่เลย : การจูบแบบดื่มด่ำฉ่ำหวาน เป็นการช่วยให้ไฟรักของคุณโชติช่วงชัชวาล
  5. ตระหนักว่า การทะเลาะนั้นมีไว้เพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ : การทะเลาะเบาะแว้งเป็นสัจธรรมของการมีชีวิตคู่
  6. อย่าแค่พูด แต่ลงมือทำ : คุณควรลงมือแสดงความรัก, ความอ่อนโยนและความยอมรับนับถือในตัวสุดที่รักออกมา
  7. อย่ากดดันดาร์ลิ่งมากไป : การกดดันสุดที่รักให้ทำในสิ่งที่ไม่พร้อม เท่ากับไปฝืนความรู้สึก แล้วความสัมพันธ์จะลงเอยกันด้วยดีได้ยังไง
  8. อย่าพูดว่า “รักเธอ” ถ้าไม่รู้สึกตามนั้นจริงๆ
  9. อย่าให้ของขวัญตามอำเภอใจคนให้ : ต้องคิดถึงคนรับบ้าง ว่าเค้าจะพอใจรึเปล่า
  10. อาศัยความลึกลับชวนให้น่าค้นหา : ทำตัวให้มีความลึกลับซะบ้าง บางครั้งก็ดีเหมือนกัน การจะมีความสัมพันธ์กันอย่างยาวนานได้จะต้องมีสัมผัส แห่งการไม่รู้ เป็นศิลปะในการเก็บงำความลับ เพื่อให้แฟนได้คาดเดาเอาไว้บ้าง